แนวทางป้องกันฝุ่นเพื่อรักษาประสิทธิภาพห้อง Cleanroom

แนวทางป้องกันฝุ่นเพื่อรักษาประสิทธิภาพห้อง Cleanroom

ห้องคลีนรูม เป็นห้องที่จะต้องมีการควบคุมพารามิเตอร์ต่าง ๆ รวมถึงมีการป้องกันสิ่งปนเปื้อนอย่างเข้มงวดเพื่อให้การทำงานในห้องคลีนรูมมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อมีฝุ่นละอองหรือสิ่งปนเปื้อนเข้ามาในห้องคลีนรูมจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดน้อยลง จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาประสิทธิภาพของห้องคลีนรูม ให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด

แหล่งที่มาจากสิ่งปนเปื้อนในห้องสะอาด

แหล่งที่มาจากสิ่งปนเปื้อนในห้องสะอาด

การปนเปื้อนหรือความสกปรกในห้องคลีนรูมเป็นประเด็นสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วย การดูแลทางการแพทย์ ผู้บริโภค และผู้ใช้งานในห้องคลีนรูม ดังนั้น การสร้างห้องคลีนรูม ควรใช้อุปกรณ์ที่สามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนและฝุ่นละอองได้  รวมถึงการใช้วัสดุที่ป้องกันเชื้อโรคและฝุ่นละออง เช่น ผนังห้องคลีนรูม ควรเป็นผนังแซนวิช isowall ที่ไม่กักเก็บฝุ่นและทำความสะอาดได้ง่าย

ประเภทของสิ่งปนเปื้อน

  • Non-Viable particle คือ อนุภาคที่ไม่สามารถมีชีวิตหรือเจริญเติบโตได้ ซึ่งอาจเป็นสิ่งจำเพาะหรือสิ่งปนเปื้อนที่ไม่สามารถเจริญเติบโต หรืออาจจะเป็นอนุภาคที่ผ่านกระบวนการทำลายแล้วทำให้ไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้ เราสามารถเจอ Non Viable ได้จากหลายแหล่ง เช่น จุลินทรีย์ที่ถูกทำลายด้วยความร้อน ความดันสูง หรือการใช้สารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 
  • Viable particle  คืออนุภาคหรือสิ่งปนเปื้อนที่สามารถมีชีวิต, โตขึ้น, เจริญเติบโต และทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งอาจเป็นจุลินทรีย์, สปอร์, เชื้อรา เราสามารถเจอ Viable particle ได้จากธรรมชาติ ในตัวยา ในเครื่องมือทางการแพทย์หรือในโรงพยาบาล

แหล่งที่มาของฝุ่นและสิ่งปนเปื้อน

แหล่งที่มาของฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนของอนุภาคต่าง ๆ สามารถแบ่งตามลักษณะที่มาได้ ดังต่อไปนี้

  • การปนเปื้อนจากคน (People) : เส้นผม, รังแค, สะเก็ดผิวหนัง รวมไปถึงเส้นใยต่าง ๆ จากชุดทำงาน น้ำหอม หรือเครื่องสำอาง เป็นต้น
  • การปนเปื้อนจากงานระบบ (Facility) : ระบบปรับอากาศ (HVAC) ช่วยในการควบคุมความชื้น ลดฝุ่นละอองจากภายนอกที่จะเข้ามาสู่ภายในอาคาร รวมถึงควบคุมการเคลื่อนที่ของอากาศภายในห้องให้เป็นปกติ เพื่อความเหมาะสมกับการใช้งานของอาคาร และระบบอัดอากาศ (CDA) ช่วยป้องกันสิ่งปนเปื้อนที่เข้ามาในห้อง มาตรฐาน ISO 8573-1 เป็นมาตรฐานคุณภาพของอากาศอัด สำหรับระบบอัดอากาศที่ใช้งานทั่วไป
  • การปนเปื้อนจากวัสดุก่อสร้าง (Material) : สิ่งปนเปื้อนที่มาจากผนัง, ฝ้า, ประตู และพื้นของห้องคลีนรูม เช่น ฝุ่น อนุภาคขนาดเล็กที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และเชื้อโรค เป็นต้น
  • การปนเปื้อนจากอุปกรณ์หรือเครื่องจักร (Tools & Machine) : สิ่งปนเปื้อนที่มาจากสายพานเครื่องจักร หรือผิวสัมผัสจากเครื่องที่สามารถสร้างเม็ดฝุ่นขึ้นได้ เช่น ฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็ก สารเคมี หรือน้ำมัน เป็นต้น
  • การปนเปื้อนจากน้ำหรือของเหลว (Liquid) : สิ่งปนเปื้อนที่มาจากเชื้อจุลชีวะจากน้ำ ท่อระบายน้ำ และน้ำขังตามพื้นห้อง เช่น สารหนู ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม สังกะสีโครเมียม นิเกิล แมงกานิส หรือสนิม เป็นต้น

 

แนวทางป้องกันฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนในห้อง Cleanroom

แนวทางป้องกันฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนในห้อง Cleanroom

การรักษาประสิทธิภาพของห้องคลีนรูมที่ต้องคงความสะอาด ไม่มีการปนเปื้อนจากฝุ่นและอนุภาคต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อการใช้งานห้องคลีนรูมได้อย่างยาวนานและควบคุมปริมาณอนุภาคภายในห้องสะอาดให้ได้ตามมาตรฐาน โดยมีแนวทางในการป้องกันฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนในห้อง Cleanroom ดังนี้

การเลือกวัสดุ อุปกรณ์และงานระบบที่ใช้ในห้องปลอดฝุ่น

การเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างห้องคลีนรูมจำเป็นที่จะต้องแยกประเภทความแตกต่างตามประเภทการใช้งาน ได้แก่

  • Coldroom คือ ห้องเก็บรักษาในห้องเย็น ใช้สำหรับเก็บรักษาอาหาร ให้สามารถมีอายุการใช้ได้นาน 
  • Cleanroom คือ ห้องสะอาดที่จะต้องปราศจากสิ่งปนเปื้อน เช่น ห้องผ่าตัด โดยห้องคลีนรูมสามารถแบ่งออกตามอุตสาหกรรมได้ดังนี้
  1. GMP Type คือ อุตสาหกรรมผลิตยา
  2. Non GMP Type คือ อุตสาหกรรมทั่วไป 

 

โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ต้องคำนึงความสะอาด ความปลอดภัย ความทนทาน ของวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่

  • ผนัง : โดยผนังที่เหมาะกับการใช้ในอุตสาหกรรมทั้งสองแบบ คือ ผนังแซนวิช หรือ Isowall  ที่มีคุณสมบัติในการกักเก็บอุณหภูมิ ทนทานต่อความชื้น ไม่กักเก็บฝุ่นหรือเชื้อโรค แข็งแรง และง่ายต่อการติดตั้ง
  • อุปกรณ์และเครื่องจักร : ทำความสะอาดอุปกรณ์และเครื่องจักรด้วย Clean wiper เพื่อทำความสะอาดสิ่งที่เกาะอยู่กับตัวอุปกรณ์ และเครื่องจักร
  • งานระบบ : การติดตั้งระบบปรับอากาศ HVAC จะสามารถช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในได้ เช่น อุณหภูมิ, ความชื้น, ความดัน เพื่ออำนวยความสบายให้กับคน ทำให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา พร้อมทั้งการระบายอากาศที่ลดการเจือปนของกลิ่นเหม็นและความดันอากาศให้เป็นปกติรวมถึงการกรองฝุ่นด้วยแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter จะทำให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

การเลือกชุดคลีนรูมตาม Cleanroom Class ให้เหมาะสม

การทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้าห้องคลีนรูม เริ่มจากล้างมือด้วยสบู่ล้างตั้งแต่ข้อศอกลงไปถึงมือ จากนั้นล้างตัวด้วยอากาศ ก่อนเข้าห้องเสมอและสวมใส่ชุดคลีนรูม หรือที่เรียกกันว่า ชุดหมี นั้นเอง โดยส่วนประกอบสำคัญของชุดคลีนรูม มีดังนี้

    1. หมวก : เป็นหมวกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งใช้สำหรับป้องกันหนังศรีษะ หรือผมหลุดร่วง
    2. แว่นตา : ป้องกันการทำงานที่เกิดจากฝุ่น และยังช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งปนเปื้อนจากตัวเราหลุดออกไปได้อีกด้วย
    3. เสื้อคลุม : ต้องผลิตจากเส้นใย Polypropylene เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ทนทาน สะดวกต่อการใช้งาน ป้องกันสิ่งสกปรก และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนในห้องคลีนรูม 
    4. หน้ากาก : ควรใช้เป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์โดยเฉพาะ ใส่เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่ออกจากตัวเรา
    5. ถุงมือ : ใช้ถุงมือสำหรับใช้ในห้องคลีนรูมโดยเฉพาะ และควรจะเลือกใช้ถุงมือให้เหมาะสมกับการใช้งาน
    6. ชุดสม๊อคป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ 
    7. รองเท้าคลีนรูม : ต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อนการใช้งาน
    8. ถุงสวมรองเท้า : จะต้องมีคุณสมบัติที่มีความยืดหยุ่นไม่ขาดง่าย และยังต้องไม่ก่อให้เกิดฝุ่นอีกด้วย

 

โดยการเลือกสวมชุดคลีนรูมสามารถแบ่งตาม Class ห้องคลีนรูมอย่างถูกต้องมีดังนี้

  • ISO Class 1: คลาสสูงสุด ซึ่งมีการควบคุมความบริสุทธิ์อย่างเคร่งครัด
  • ISO Class 2: คลาสที่มีความบริสุทธิ์สูง
  • ISO Class 3: คลาสที่มีความบริสุทธิ์กลาง
  • ISO Class 4: คลาสที่มีความบริสุทธิ์ต่ำ

 

หน้าที่และระดับความบริสุทธิ์ของชุดเข้าทำงานจะต่างกันตามคลาสที่มีอยู่เพื่อให้ควบคุมการสูญเสียฝุ่นและอนุภาคในห้อง Cleanroom อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้คลาสขึ้นอยู่กับความสำคัญของความบริสุทธิ์ในงานที่ทำอยู่และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ ซึ่งอาจมีคลาสอื่น ๆ ที่ใช้ในระบบหรือสถานที่เฉพาะตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมด้วย เพราะนอกจาก ISO และ FS 209E ยังมีมาตรฐานอื่น ๆ ที่ใช้ในงานเหล่านี้ด้วย 

มาตรการควบคุมการเข้า-ออกเพื่อป้องกันฝุ่นในห้องคลีนรูม

การปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของพนักงานที่ใช้งานห้องสะอาด เช่น การเปลี่ยนชุดสวมใส่เพื่อเข้าห้องคลีนรูม โดยมีการแยกห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อป้องกันฝุ่นละอองจากสภาพแวดล้อมภายนอก หรือการผ่าน Air Shower เพื่อกำจัดฝุ่นก่อนเข้าห้อง รวมไปถึงการฝึกอบรมความรู้ที่ถูกต้องให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงาน และควรตรวจสอบการเปิด-ปิดประตูเพื่อให้แน่ใจว่าประตูถูกปิดอย่างมิดชิด ไม่ให้ฝุ่นหรือสิ่งปนเปื้อนเข้าไปในห้องคลีนรูมได้

การตรวจสอบและการบำรุงรักษาห้องสะอาด (Cleanroom)

  1. ตรวจสอบสภาพแวดล้อม: ตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูมเช่น อุณหภูมิ, ความชื้น, ความดันอากาศ, และระบบอากาศ เพื่อให้แน่ใจว่าสภาพแวดล้อมเป็นไปตามมาตรฐานและควบคุมได้อย่างเหมาะสม
  2. ตรวจสอบอุปกรณ์: ตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ในห้องคลีนรูม เช่น HEPA Filter, ระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ทำงานอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
  3. ตรวจสอบความสะอาด: ตรวจสอบระดับความสะอาดภายในห้องคลีนรูม เช่น การตรวจสอบสีแสง, การตรวจสอบความสะอาดผ่านการมองเห็น หรือ การตรวจสอบปริมาณฝุ่น
  4. ตรวจสอบวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์: ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตในห้องคลีนรูมเป็นไปตามมาตรฐานและไม่มีข้อบกพร่อง
  5. ตรวจสอบการบันทึกข้อมูล: ตรวจสอบการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบประสิทธิภาพและการดำเนินงานในห้องคลีนรูม

 

ออกแบบและติดตั้งห้อง Clean Room ให้ได้ตามาตรฐานต้อง CAI Engineering

CAI Engineering รับออกแบบห้องคลีนรูมที่ได้มาตรฐานแบบครบวงจร ตั้งแต่ Consulting Service จนถึง After Sales Service ด้วยประสบการณ์ในระบบ HVAC กว่า 19 ปี อีกทั้งการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่นำเข้าและได้การรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เช่น ผนังคุณภาพดี จากแบรนด์ Wiskind ที่ได้รับรอบมาตรฐาน FM Approvals, AHU จากแบรนด์ สัญชาติเยอรมนีที่มีชื่อว่า Robatherm ซึ่งใบรับรองมาตราฐาน ISO 9001 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น BAS, BIM มาประยุกต์ใช้ในงานคลีนรูม เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให่แก่ผู้ใช้งาน อีกทั้งยังช่วยในด้านการประหยัดพลังงานอีกด้วย เพื่อการผลักด้านนโยบาย NET Zero ให้ประสบความสำเร็จ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

By clicking “Accept”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts. Privacy Policy

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า