การออกแบบห้องคลีนรูม ต้องดูอะไรบ้าง_CAI

12 จุดสำคัญ การออกแบบห้องคลีนรูมต้องดูอะไรบ้าง?

การออกแบบและการสร้างห้องคลีนรูม (Cleanroom) หรือที่เรารู้จักกันว่า “ห้องปลอดเชื้อ” ที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารและยา รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งจะต้องมีการควบคุมปริมาณฝุ่น ความชื้น ความดัน และอุณหภูมิ ให้ได้มาตรฐาน ISO14644 และให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานห้องคลีนรูมด้วย

การออกแบบห้องคลีนรูม ต้องดูอะไรบ้าง?

ในการออกแบบและสร้างห้องคลีนรูม จำเป็นที่จะต้องพิจารณาจากประเภทของห้องคลีนรูมคุณสมบัติและคลาสหรือมาตรฐานของห้องคลีนรูมนั้น ๆ เพื่อให้ห้องคลีนรูมสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

1. ประเภทและคุณสมบัติของห้องคลีนรูม

ห้องคลีนรูม (ห้องปลอดเชื้อ ห้องปลอดฝุ่น) เป็นห้องที่มีการปิดอย่างมิดชิด เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละออง สภาวะแวดล้อม และการปนเปื้อนในบริเวณใกล้เคียง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ห้องปลอดเชื้อความดันบวก (Positive Pressure) เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความสะอาด ไม่ต้องการให้อากาศจากภายนอกเข้ามาภายในห้อง เช่น Industrial Cleanroom ในอุตสาหกรรมจำพวกอิเล็กทรอนิกส์ สารเคมี ห้องผ่าตัด ห้องเก็บเครื่องมือทางการแพทย์ เป็นต้น
  • ห้องปลอดเชื้อความดันลบ (Negative Pressure) เป็นห้องที่ป้องกันไม่ให้อากาศจากภายในห้องออกไปยังห้องอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องทำให้ความดันภายในห้องน้อยกว่าความดันนอกห้อง เช่น Biological Cleanroom หรือ ห้องพักผู้ป่วย COVID-19 เป็นต้น

2. มาตรฐานห้องคลีนรูม

การออกแบบและสร้างห้องคลีนรูมนั้นจะต้องได้มาตรฐานตาม GMP Pic/s อุตสาหกรรมการผลิตยา ได้แก่ Grade A, B, C และ D รวมทั้ง มาตรฐาน ISO 14644 สำหรับห้องคลีนรูมในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 9 Class ( ISO 1-9)

12 จุดสำคัญในการออกแบบและสร้างห้องคลีนรูมมาตรฐาน_CAI

12 จุดสำคัญในการออกแบบห้องคลีนรูม

ห้องคลีนรูมที่ดีมีคุณภาพไม่เพียงแต่สามารถควบคุม ความชื้น อุณหภูมิ และความดันได้ตรงตามความต้องการเพียงเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีการคำนึงถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างห้องคลีนรูม ระบบปรับอากาศภายในห้อง เป็นต้น โดยในบทความนี้จะนำเสนอ 12 จุดสำคัญที่ CAI Engineering ให้ความสำคัญในการออกแบบและก่อสร้างห้องคลีนรูมเพื่อให้ห้องคลีนรูมนั้นมีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน

  1. สถาปัตยกรรม (Architecture)
    การออกแบบสถาปัตยกรรมหรือโครงสร้างก่อนการสร้างห้องคลีนรูมจะต้องมีการวางผังห้องคลีนรูมอย่างรอบคอบ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน นอกจากนี้ เพื่อรักษาการไหลเวียนของอากาศให้สม่ำเสมอ ยังต้องคำนึงถึงเส้นทางการไหลของอากาศด้วย ซึ่งผังโครงสร้างของห้องคลีนรูมสามารถออกแบบได้หลากหลายแบบ เช่น
    – Twin Horizonal Laminar Flow
    – Double Cross
    – U / W / C / L Shape
  2. วัสดุที่ใช้สำหรับพื้นผิวภายในห้องคลีนรูม (Materials used for internal surfaces)
    ในห้องคลีนรูม ต้องใช้วัสดุพื้นผิวที่ป้องกันการเกาะติดของอนุภาคฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนในอากาศและสามารถสามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการใช้งานและบำรุงรักษา โดยการปูพื้นห้องคลีนรูมจะต้องคำนึงประเภทห้องคลีนรูมและสเป็กห้องที่ต้องการ เช่น พื้นห้องที่ต้องป้องกันแบคทีเรียเป็นพิเศษ หรือพื้นยกที่ช่วยระบายอากาศได้ รวมถึงผนังห้องคลีนรูม Sandwich Panel ที่มีความเรียบไร้รอยต่อ มีคุณสมบัติไม่ติดฝุ่น ไม่ติดไฟและลามไฟ เป็นต้น
  3. การระบายอากาศ (Ventilation)
    ห้องคลีนรูมจำเป็นต้องมีการระบายอากาศเสียและอุณหภูมิของอากาศออกไปเพื่อรักษาคุณภาพอากาศภายในห้อง เช่น เครื่อง Air Handling Unit (AHU) และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตัวลดเสียงรบกวน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ท่อไอดีและไอเสียขนาดใหญ่ เป็นต้น เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

    ดูบรรยากาศชั้น AHU ได้ที่ : ระบบ HVAC คืออะไร ทำความรู้จักกับระบบปรับอากาศ HVAC โรงงานยา

  4. ความดันอากาศ (Air Pressure)
    ความดันอากาศภายในห้องคลีนรูมเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทุกการออกแบบและสร้างห้องคลีนรูมต้องให้ความสำคัญ โดยปกติแล้วควรรักษาความดันในห้องคลีนรูมให้เป็นบวก(Positive pressure) เสมอ เนื่องจากความดันภายในห้องสูงกว่าความดันภายนอกจะทำให้ อากาศสกปรกจากภายนอกไม่สามารถเข้ามาในห้องได้ นอกจากนี้ยังต้องควบคุมความดันภายในห้องให้อยู่ในค่ามาตรฐาน โดยให้มีทางเข้า-ออกที่ปิดมิดชิดและมีพัดลมเป่า (Air shower) เพื่อดันลมออกไป หรือ Airlocks ที่ช่วยลดหรือป้องกันการเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูมได้ เป็นต้น
  5. แผ่นกรองอากาศ HEPA (High Efficiency Particulate Air)
    ในระบบปรับอากาศของห้องคลีนรูมจะต้องสามารถกรองฝุ่นละอองและอนุภาคฝุ่นขนาดเล็กที่มองไม่เห็นได้ โดยจะต้องติดตั้งแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter ที่สามารถกรองอนุภาคฝุ่นที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ เพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนในอากาศและสร้างอากาศบริสุทธิ์แก่ผู้ใช้งานในห้องคลีนรูมด้วย
  6. อุณหภูมิและความชื้น (Temperature and Humidity)
    ต้องคำนึงถึงการควบคุมอุณหภูมิให้มั่นคงและสม่ำเสมอรวมถึงความชื้น เช่น การผลิตชิ้นส่วนและกระบวนการยานยนต์ โดยเฉพาะห้องผลิต Lithium battery จำเป็นต้องมีการควบคุมอุณหภูมิความชื้นและความดันอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในห้องคลีนรูม นอกจากนี้หากห้องคลีนรูมมีความชื้นสูงจะทำให้อุปกรณ์หรือเครื่องจักรเกิดสนิมได้ง่าย รวมถึงทำให้ผลิตภัณฑ์บางอย่างมีคุณสมบัติหรือคุณภาพเปลี่ยนไป ดังนั้นปัจจัยเหล่านี้นี้จึงมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของห้องคลีนรูม ตลอดจนความสะดวกสบายของผู้ปฏิบัติงานภายในห้องนั้น ๆ ด้วย
  7. อุปกรณ์การวัด (Measuring Equipment)
    คลีนรูมจำเป็นต้องได้รับการตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบว่าปัจจัยต่าง ๆ เช่น จำนวนอนุภาค การไหลของอากาศ ความชื้น อุณหภูมิ และความสะอาดอยู่ในระดับที่เหมาะสมตรงตามมาตรฐาน
  8. ไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Discharge)
    อากาศและผู้คนที่เคลื่อนที่อยู่ภายในห้องคลีนรูมจะทำให้เกิดประจุไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องมีวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถป้องกันไฟฟ้าสถิตตามความเหมาะสม
  9. การจัดแสง (Lighting)
    การออกแบบแสงสว่างภายในห้องคลีนรูมจะต้องติดตั้งแสงไฟให้มีความสว่างที่เพียงพอและอยู่ในจุดที่เหมาะสม เนื่องจากแสงสว่างเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการปฏิบัติงานในห้องคลีนรูม รวมถึงช่วยให้สามารถรักษาความสะอาดได้ง่ายและสามารถมองเห็นสิ่งสกปรกหรือความผิดปกติภายในห้องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  10. ห้องอาบน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการซักรีด (Showers and Laundry Facilities)
    ในการออกแบบและสร้างห้องคลีนรูมอาจจำเป็นต้องมีการสร้างห้องอาบน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการซักรีด เพื่อลดและป้องกันการปนเปื้อนที่เกิดจากมนุษย์ รวมถึงสิ่งของต่าง ๆ ก่อนที่จะเข้าไปปฏิบัติงานในห้องคลีนรูม เช่น Air Shower หรือตู้เป่าลมสะอาด ระบบประปาและการบำบัดของเสีย เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการและระดับ Class ของห้องคลีนรูมด้วย
  11. วัสดุอันตราย (Hazardous Materials)
    ในขั้นตอนการออกแบบห้องคลีนรูมบางประเภทจำเป็นต้องคำนึงถึงการควบคุมและป้องกันสารเคมีอันตรายไม่ให้หลุดออกมาออกมาสู่ภายนอก เช่น อุตสาหกรรม Biotechnology จำเป็นต้องออกแบบห้องคลีนรูมโดยการใช้ระบบแรงดันอากาศลบ (Negative pressure cleanroom) ร่วมกับการแยกโซนสำหรับทางเข้าและทางออกให้เป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมีที่อาจปนเปื้อนในบริเวณใกล้เคียงและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงการบำบัดอากาศเสียแบบพิเศษเพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้ปฏิบัติงาน
  12. การออกแบบเผื่ออนาคต (Future-Proofing)
    อีกหนึ่งจุดที่สำคัญในการออกแบบห้องคลีนรูมก่อนที่จะทำการก่อสร้าง คือการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานในอนาคตด้วย โดยการการออกแบบให้ยืดหยุ่นและรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม รวมถึงการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ใหม่ เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตที่อาจเพิ่มขึ้นมาในอนาคต

นอกจากนี้ การออกแบบและสร้างห้องคลีนรูมยังต้องคำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัยอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น วิธีการใช้ห้องคลีนรูม ห้องปลอดเชื้อ ห้องปลอดฝุ่น การออกแบบตำแหน่งของห้อง ตลอดจนต้นทุนการก่อสร้าง โดยอาจต้องปรึกษาผู้ออกแบบและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแนะนำการออกแบบและก่อสร้างได้อย่างถูกต้อง

รับออกแบบ ติดตั้ง สร้างห้องคลีนรูมระดับสากล_CAI

CAI Engineering รับออกแบบ ติดตั้ง และสร้างห้องคลีนรูมระดับสากล

CAI Engineering ผู้เชี่ยวชาญในการรับออกแบบและก่อสร้างห้องคลีนรูม โดยทีมวิศวกรชำนาญการกว่า 19 ปี รวมถึงการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำและได้มาตรฐานอย่าง Robatherm, Wiskind และ Sauter เพื่อให้ห้องคลีนรูมออกมาตอบโจทย์และมีคุณภาพมากที่สุด

– เพราะความพึงพอใจของลูกค้า คือความภูมิใจของ CAI Engineering –

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

By clicking “Accept”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts. Privacy Policy

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า