Circular Economy สู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมก่อสร้างเพื่อความยั่งยืน

Circular Economy สู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมก่อสร้างเพื่อความยั่งยืน

อุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดของโลก และเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานมหาศาล การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขยะจากการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความตระหนักถึงผลกระทบเหล่านี้จึงได้ถือกำเนิด…

แนวคิด “Circular Economy” หรือ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ที่ถูกนำมาใช้เพื่อปฏิวัติวงการก่อสร้างให้ก้าวสู่ยุคใหม่ที่ลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย ลดขยะ ลดมลพิษ และเพิ่มการหมุนเวียนวัสดุก่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหลักการพื้นฐานคือการหมุนเวียนทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทนที่จะทิ้งไปเมื่อหมดความจำเป็น

เราจะมาดูกันว่าหลักการสำคัญและแนวทางปฏิบัติของ Circular Economy ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมีอะไรบ้าง รวมถึงประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจากการนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้เพื่อช่วยกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยกัน

เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy คืออะไร

เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy คืออะไร

เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คือ แนวคิดทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ซ่อมแซม รีไซเคิล หรือยืดอายุการใช้งาน และลดของเสียให้น้อยที่สุด ซึ่งแตกต่างจากเศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) ที่ใช้หลักการ “ผลิต-ใช้-ทิ้ง” ที่ก่อให้เกิดขยะเป็นจำนวนมาก ซึ่งวัตถุประสงค์ของเศรษฐกิจหมุนเวียน คือการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดขยะ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษและโลกร้อน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจ โดยใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมในการออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน

หลักการสำคัญและหลักปฏิบัติของแนวคิด Circular Economy

โดยมีหลักการสำคัญ 8 ประการที่เกี่ยวข้องกับแนวคิด Circular Economy ดังนี้ต่อไปนี้

  1. ความทนทาน (Durability) : การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้แข็งแรง คงทน มีอายุการใช้งานยาวนาน เพื่อลดความต้องการผลิตใหม่
  2. การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน (Renewability) : การใช้วัสดุที่สามารถหมุนเวียนหรือย่อยสลายได้ เช่น พลังงานหมุนเวียน หรือวัสดุชีวภาพ
  3. การใช้ซ้ำ (Reuse) : การใช้ผลิตภัณฑ์เดิมซ้ำโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการผลิตใหม่ เช่น ขวดแก้ว หรือกล่องบรรจุภัณฑ์
  4. การซ่อมแซม (Repair) : การซ่อมแซมผลิตภัณฑ์ที่เสียหายแทนการทิ้ง เช่น การเปลี่ยนชิ้นส่วนโทรศัพท์แทนการซื้อใหม่ เป็นต้น
  5. การเปลี่ยนชิ้นส่วนแทนการเปลี่ยนทั้งผลิตภัณฑ์ (Replacement) : การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหายได้ เช่น เปลี่ยนแบตเตอรี่แทนการเปลี่ยนโทรศัพท์ทั้งเครื่อง
  6. การอัปเกรด (Upgrade) : การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แทนการซื้อใหม่ เช่น อัปเกรดซอฟต์แวร์แทนการเปลี่ยนอุปกรณ์
  7. การปรับปรุงใหม่ (Refurbishment) : การปรับปรุงผลิตภัณฑ์เก่าให้มีสภาพดีขึ้น เช่น รีโนเวทเฟอร์นิเจอร์เก่าให้กลับมาใช้งานได้
  8. การลดการใช้วัสดุ (Reduced Material Use): การออกแบบให้ใช้วัสดุน้อยลงแต่ยังคงคุณภาพ เช่น บรรจุภัณฑ์บางลง หรือใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา เป็นต้น

แนวทางปฏิบัติ Circular Economy ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

แนวทางปฏิบัติ Circular Economy ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยมุ่งเน้นการลดของเสียและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในการก่อสร้างและออกแบบอาคารให้รองรับการนำกลับมาใช้ใหม่อย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้ผ่านแนวทางต่าง ๆ ดังนี้

  1. การออกแบบอาคารแบบหมุนเวียน (Design for Circularity) : ออกแบบให้วัสดุสามารถถอดประกอบและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และใช้โครงสร้างที่มีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนหรือขยายต่อเติมได้ง่าย
  2. การเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืน (Sustainable Materials) : การใช้วัสดุรีไซเคิล เช่น คอนกรีตรีไซเคิล ไม้หมุนเวียน หรือเหล็กรีไซเคิล โดยเลือกวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือย่อยสลายได้
  3. กระบวนการก่อสร้างที่ยั่งยืน (Sustainable Construction Processes) : การลดของเสียจากการก่อสร้างอาคารโดยการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่าด้วยวิธีการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป (Modular Construction) เพื่อลดเศษวัสดุ เป็นต้น
  4. การจัดการของเสีย (Waste Management) : การแยกและนำของเสียจากการก่อสร้างอาคารไปรีไซเคิลหรือนำมาใช้ใหม่ และลดการฝังกลบโดยหาทางนำเศษวัสดุกลับมาใช้ในโครงการอื่น
  5. วงจรชีวิตอาคารและและการรื้อถอน (Building Lifecycle & Demolition) : การวางแผนให้วัสดุสามารถถอดและนำกลับมาใช้ใหม่เมื่อหมดอายุการใช้งาน และรีไซเคิลหรือดัดแปลงอาคารเก่าเพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่

 

ประโยชน์ของ Circular Economy ต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง

เมื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในวงการก่อสร้าง โดยควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร จึงทำให้เกิดประโยชน์และข้อดีทั้งในแง่มุมของธุรกิจและสิ่งแวดล้อม เช่น

  • ประโยชน์ของ Circular Economy ต่อภาคธุรกิจ
    • ลดต้นทุนวัสดุ : การใช้วัสดุรีไซเคิลและหมุนเวียน เป็นการลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และลดของเสียจากการก่อสร้างทำให้ต้นทุนก่อสร้างลดลงได้
    • เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ : ช่วยเปิดตลาดใหม่สำหรับวัสดุหมุนเวียนและการก่อสร้างที่ยั่งยืน อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจจากแนวทางก่อสร้าง อาคารสีเขียว (Green Building)
    • สร้างภาพลักษณ์และความยั่งยืน : ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของบริษัทด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และดึงดูดนักลงทุนและลูกค้าที่สนใจอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


  • ประโยชน์ของ Circular Economy ต่อภาคสิ่งแวดล้อม
    • ลดของเสียและการฝังกลบ : การใช้วัสดุหมุนเวียน จะช่วยลดขยะก่อสร้าง และลดปริมาณการฝังกลบในสิ่งแวดล้อมได้
    • ลดการใช้พลังงานและคาร์บอนฟุตพริ้นต์ : การใช้วัสดุที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อช่วยลดโลกร้อนได้
    • อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ : การลดการใช้ทรัพยากรใหม่ เช่น ไม้ เหล็ก และคอนกรี รวมถึงยังช่วยปกป้องระบบนิเวศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ตัวอย่างการนำ Circular Economy มาใช้ในการก่อสร้างอาคาร

ตัวอย่างการนำ Circular Economy มาใช้ในการก่อสร้างอาคาร

การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในการก่อสร้างอาคาร โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดของเสีย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “โครงการเคหะของรัฐในเดนมาร์ก” ซึ่งเป็นโครงการแรกที่สร้างขึ้นตามหลักการ Circular Economy โดยมีการนำอิฐเก่าจากการรื้อถอนมาทำความสะอาดด้วยเทคโนโลยีการสั่นสะเทือน ตรวจสอบคุณภาพ และนำกลับมาใช้ในการก่อสร้างใหม่ ซึ่งกระบวนการนี้ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าร้อยละ 95 เมื่อเทียบกับการผลิตอิฐใหม่ และการนำอิฐเก่าจำนวน 2,000 ก้อนกลับมาใช้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1 ตัน  

 

ขอแนะนำบทความที่น่าสนใจ : 

 

Circular Economy ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์แต่เป็น “กุญแจสำคัญ” ที่จะนำอุตสาหกรรมก่อสร้างไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยการเปลี่ยนแปลงแนวคิดจาก “ใช้แล้วทิ้ง” มาเป็น “หมุนเวียนกลับมา” ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วย

 

CAI Engineering ในฐานะผู้อยู่ในอุตสาหกรรมคลีนรูมและนวัตกรรมปรับอากาศ เราเองต่างก็ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้าง จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญกับการนำแนวคิด Circular Economy มาปรับใช้ในโครงการต่าง ๆ ของลูกค้า ตั้งแต่การออกแบบระบบเพื่อการจัดการพลังงานในโครงการอย่างยั่งยืน ตลอดจนวางแผนการก่อสร้างให้ใช้งานวัสดุอย่างคุ้มค่าเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกโครงการจากเรา เช่น การใช้เทคโนโลยี BIM ในการออกแบบก่อนเริ่มการก่อสร้าง เป็นต้น

 

ปรึกษาเรื่องการสร้างห้องคลีนรูม

หรือติดตามความรู้เรื่องนวัตกรรมการปรับอากาศ

Line OA : @caihvac หรือคลิก https://lin.ee/RTsrnHb

E-mail : veeraya@caiengineering.com

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

By clicking “Accept”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts. Privacy Policy

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า