NEBB มาตรฐานความสะอาดของห้องคลีนรูม-CAI

NEBB มาตรฐานความสะอาดของสิ่งแวดล้อมในอาคารที่ต้องรู้

ห้องคลีนรูมเป็นห้องที่จำเป็นจะต้องรักษาความสะอาด และยังต้องสามารถควบคุมปริมาณอนุภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นละออง ความชื้น อุณหภูมิ และความดัน ดังนั้นเพื่อให้ห้องคลีนรูมมีคุณภาพ และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ผู้ใช้งานมีความมั่นใจในความปลอดภัยของห้องคลีนรูม ดังนั้นห้องคลีนรูมควรจะต้องผ่านมาตรฐานรองรับ โดยหนึ่งในมาตรฐานที่จะต้องได้การรองรับ คือ มาตรฐาน NEBB

มาตรฐาน NEBB คืออะไร?

NEBB เป็นมาตรฐานห้องคลีนรูมที่ใช้สำหรับทดสอบและประเมินมาตรฐานความสะอาดของสิ่งแวดล้อมในอาคาร โดย NEBB ย่อมาจาก “National Environmental Balancing Bureau” ก่อตั้งโดยองค์กรของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ.1971 ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการพัฒนามาตรฐานการทดสอบ การตรวจสอบ รวมถึงการปรับสมดุลในระบบพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้ระบบที่มีประสิทธิภาพและเสถียรต่อการใช้งาน ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือสำหรับการวัดและประเมินคุณภาพในระบบสิ่งแวดล้อมและพลังงานอีกด้วย จึงเป็นที่มาของมาตรฐานสากล Federal Standard 209E (FED-STD-209E) ในปี ค.ศ. 1963 และมาตรฐานสากลล่าสุดอย่าง ISO 14644 ได้แก่ มาตรฐาน ISO 14644-1 ว่าด้วย Class หรือ ระดับความสะอาดในห้องคลีนรูม
และมาตรฐาน ISO 14644-2 ว่าด้วยข้อกำหนดในการทดสอบและตรวจสอบมาตรฐานระดับความสะอาดในห้องคลีนรูม

ความสำคัญของมาตรฐาน NEBB ต่อห้องคลีนรูม_CAI

มาตรฐาน NEBB มีความสำคัญอย่างไรต่อห้องคลีนรูม?

มาตรฐาน NEBB ถูกนำมาใช้ให้เป็นมาตรฐานสากล อย่าง ISO 14644 เพื่อให้ห้องคลีนรูมเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมาตรฐาน ISO 14644 สามารถทดสอบความชื้นสัมพัทธ์ ทดสอบอัตราการไหลของลม ทดสอบอุณหภูมิ ทดสอบการวัดปริมาณฝุ่น นอกจากนี้ NEBB ยังใช้ในการประเมินและทดสอบมาตรฐานความสะอาดของสิ่งแวดล้อมในอาคารในหลาย ๆ ด้าน เช่น

  • HVAC Systems (ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ)
  • Building Systems Commissioning (การให้บริการเริ่มต้นระบบในอาคาร)
  • Building Enclosure (ผนังและหลังคาของอาคาร)
  • Sound and Vibration (เสียงและการสั่นสะเทือน)
  • Building Automation Systems (ระบบอัตโนมัติในอาคาร)
  • Cleanrooms (ห้องคลีนรูมสำหรับการผลิต)
  • Retro-Commissioning (การให้บริการเริ่มต้นระบบในอาคารที่มีอยู่แล้ว)
  • Building Performance Testing (การทดสอบความสามารถในการทำงานของอาคาร)

ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของมาตรฐาน NEBB คือการให้บริการและทำงานเพื่อให้ระบบที่เกี่ยวข้องกับอาคารและสิ่งแวดล้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

การทดสอบห้องคลีนรูมตามมาตรฐาน NEBB

การทดสอบห้องคลีนรูมตามมาตรฐาน NEBB มีหลายขั้นตอนดังนี้

  1. การวัดการไหลเวียนอากาศ
    เครื่องมือที่ใช้วัดการไหลเวียนของอากาศ มีหลายประเภท ได้แก่ เครื่องวัดแบบใบพัดหมุน ใช้สำหรับวัดความเร็วลมและการไหลเชิงปริมาตร และเครื่องวัดความเร็วของลม ใช้อัลตราซาวด์หรือลวดตัวต้านทานเพื่อวัดการถ่ายโอนพลังงานระหว่างอุปกรณ์ตรวจวัดและอนุภาคที่ผ่าน
  2. การทดสอบการรั่วไหลของตัวกรอง
    การทดสอบการรั่วไหลของตัวกรอง จำนวนอนุภาคเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซนต์จะต้องไม่เกิน 0.01 % จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐาน ISO 14644-3 ทำได้โดยการสร้างอนุภาคจำนวนหนึ่งเข้าไปในระบบระบายอากาศ จนเกิดความแตกต่างระหว่างหน้าแผ่นกรองอากาศ กับหลังแผ่นกรองอากาศ
  3. การวัดค่าอนุภาคในอากาศ
    การวัดค่าอนุภาคในอากาศสามารถทำได้โดยการทดสอบการรั่วไหลของแผ่นกรองและการทดสอบอากาศที่ไหลเข้าสู่ห้องคลีนรูมผ่านตัวกรอง จากนั้นจึงทดสอบค่าความดันและการไหลเวียนอากาศก่อนทำการทดสอบสภาวะฝุ่นในห้องคลีนรูมโดยอ้างอิงจากค่ามาตรฐานใน ISO 14644-1
  4. การวัดค่าแรงดัน
    การวัดค่าแรงดันเพื่อทดสอบการควบคุมความดันของระบบหมุนเวียนอากาศในห้องคลีนรูมและบริเวณใกล้เคียง โดยการทดสอบจะใช้วิธีการวัดและบันทึกค่าความแตกต่างของค่าความดันสัมพัทธ์ (Relative Pressure Differential) ระหว่างภายในห้องคลีนรูมและบริเวณโดยรอบ หรือตามลำดับพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดมากที่สุด
  5. การวัดค่าหมุนเวียนอากาศ
    การตรวจสอบทิศทางการไหลของของกระแสลมที่หมุนเวียนเข้าห้องคลีนรูม (Supply Air)ใช้วิธีการวัดและบันทึกค่าการไหลของอากาศแบบ Parallel Vertical Flow Path โดยแบ่งห้องคลีนรูมเป็นช่อง (พื้นที่ช่องสูงสุด 3×3 เมตร) และทำการวัดค่าบริเวณตรงกลางของห้องคลีนรูมแต่ละช่อง
  6. การทดสอบการฟื้นตัว
    การทดสอบการฟื้นตัวเป็นการทดสอบความสามารถในคืนค่าความสะอาดของระบบหมุนเวียนอากาศในห้องคลีนรูมหลังจากมีการปนเปื้อนเชื้อโรคหรือฝุ่น โดยจะต้องทำการวัดค่าฝุ่นในแรกของการใช้ห้องคลีนรูมและใส่อนุภาคเข้าไปในอากาศ จากนั้นจึงบันทึกเวลาในการคืนค่าความสะอาดในห้องคลีนรูม
  7. การทดสอบระดับแสง
    การทดสอบระดับแสงตามมาตรฐาน NEBB สามารถใช้ Light meter ในการวัดค่าได้ โดยอ้างอิงตามมาตรฐานประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้แก่
    – Working area เหมาะสมสำหรับ luminance 500 – 1000
    – Lux Generally area เหมาะสมสำหรับ luminance 200 – 300 Lux
  8. การทดสอบระดับเสียง
    โดยทั่วไปจะใช้เครื่องมือวัด ที่เรียกว่า Sound Check Meter หากทำงานเป็นระยะเวลา 8-12 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นจะทำการลดระดับเสียงซึ่งจะเฉลี่ยอยู่ที่ 85-90 เดซิเบล
  9. การทดสอบการสั่นสะเทือน
    การทดสอบการสั่นสะเทือนเพื่อประเมินค่าแรงสั่นสะเทือนจากกิจกรรมในห้องคลีนรูมโดยจะทำการวัดและบันทึกค่าแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักร ความเร็วในการสั่นสะเทือน และการเร่งความเร็ว
  10. การตรวจสอบความสม่ำเสมอของอุณหภูมิและความชื้น
    การตรวจสอบความสามารถในการรองรับและควบคุมอุณหภูมิและความชื้น รวมถึงความสม่ำเสมอของสภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูม โดยจะตรวจสอบตามตำแหน่งที่กำหนด การระบายอากาศของระบบ HVAC การไหลเวียนของอากาศ การวัดอุณหภูมิและความชื้นเป็นระยะ
  11. การตรวจสอบไฟฟ้าสถิต
    การทดสอบเพื่อวัดความหนาแน่นของประจุบวกและประจุลบในห้องคลีนรูม โดยจะทำการวัดระดับพื้นผิวแรงดันไฟฟ้า การทดสอบการกระจายตัวของไฟฟ้าสถิต การทดสอบด้วยเครื่องกำเนิดไอออน และการทดสอบแรงดันไฟฟ้าแบบ Offset ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกันของผู้สร้างและองค์กรที่รับตรวจสอบตามมาตรฐาน NEBB
  12. การทดสอบการนำไฟฟ้า
    การทดสอบการนำไฟฟ้าเพื่อวัดค่าความต้านทานของพื้นผิวอาคาร โดยสามารถทดสอบได้ด้วยวิธี Tile-to-Tile หรือ Floor-to-Building Ground (สำหรับพื้นยก)
  13. การทดสอบการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า
    การทดสอบการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากระดับสนามแม่เหล็ก 60 Hz ในห้องคลีนรูม โดยจะทำการวัดและบันทึกค่าความเข้มของสนามแม่เหล็ก โดยค่าที่ยอมรับได้จะต้องน้อยกว่า 1 milligauss

อ่านต่อ : ห้องคลีนรูมสามารถควบคุมปัจจัยอะไรได้บ้าง

สร้างห้องคลีนรูมมาตรฐาน NEBB กับ CAI

สร้างห้องคลีนรูมมาตรฐานสากลกับ CAI Engineering

CAI Engineering ผู้นำในด้านการออกแบบและสร้างห้องคลีนรูมให้ได้ตรงตามมาตรฐานทั้ง GMP pic/s, ISO 14644 และ NEBB โดยวิศวกรมากประสบการณ์ในด้านระบบปรับอากาศ รวมถึงอำนวยความสะดวกหลังการปิดโครงการด้วยการมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Line OA : @caihvac หรือ https://lin.ee/RTsrnHb

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

By clicking “Accept”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts. Privacy Policy

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า